ประวัติวิทยาลัยวิทยาศาสตร์

ประวัติวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์

ก้าวแรก…ของการเป็น “วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์”

ด้วยพระอัจฉริยภาพใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการมุ่งมั่นพัฒนางานด้านการแพทย์ การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และการคิดค้นองค์ความรู้ใหม่ผ่านกระบวนการวิจัยที่เป็นมาตรฐานสากล มีผลงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์กับสังคมไทย ทั้งในเมืองและชนบทที่ห่างไกล จึงทรงพระดำริให้มีการต่อยอดโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่เป็นโรงพยาบาลเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งขนาด 100 เตียง เป็นสถาบันการแพทย์ครบวงจร ขนาด 400 เตียง ที่สามารถให้บริการผู้ป่วยครอบคลุมทุกโรค นอกเหนือไปจากโรคมะเร็ง และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์จึงก่อตั้งขึ้นภายในโครงการเฉลิมพระเกียรติ 90 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อถวายราชสดุดี และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลน สร้างบัณฑิตแพทย์ พยาบาล รังสีเทคนิคที่มีทักษะทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ดี เป็นนักวิจัย นักพัฒนา มีคุณธรรม และการมีจิตอาสา รวมถึงการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิชาการตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆทางการแพทย์ให้ทัดเทียมนานาประเทศ ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ โครงการจัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยายขนาด 400 เตียง ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ 90 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้เริ่มกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือในทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการและเอกชนบนเนื้อที่ 24 ไร่ บริเวณโซน ซี ในพื้นที่ศูนย์ราชการ พร้อมกับการดำเนินการก่อตั้ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นการรวมหน่วยงานภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ได้แก่ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษา ในกลุ่มมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตนักวิจัยและแพทย์ฝีมือดีเข้าสู่วงการแพทย์ โดยศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระวินิจฉัยเห็นชอบให้รวมหน่วยงานดังกล่าว และพระราชทานนาม “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559 ตาม พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2559

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ชั้นนำของภูมิภาคในการผลิตและพัฒนาบุคลากรชั้นสูง ทำการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ เผยแพร่ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ การสาธารณสุข และให้บริการทางการแพทย์เป็นศูนย์กลางความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งทำงานประสานกับองค์กรระหว่างประเทศ มีเป้าหมายสูงสุดคือการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ มีหน้าที่จัดการศึกษาทางด้านแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ทําการวิจัยและสนับสนุนให้ทําการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าว และให้บริการในการบําบัดรักษาผู้ป่วย

ทั้งนี้ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ มีหน้าที่ 2 ประการ คือ

1. การผลิตบัณฑิตหลักสูตรระดับปริญญาตรี หลักสูตรที่เปิดการเรียนการสอนในปัจจุบัน มีดังนี้

  1. หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  2. หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
  3. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค
  4. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ
  5. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ
  6. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์

 

2. โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ทำหน้าที่ให้การบริบาลรักษาผู้ป่วย การทำวิจัย และให้การสนับสนุนการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของวิทยาลัยฯ

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการที่จะให้วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง จึงทรงมีพระวินิจฉัยให้ผลิตบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขาวิชาชีพ ให้มีความรู้ ความสามารถ เป็นทั้งครู นักวิจัย และผู้ปฏิบัติงานอย่างมีคุณภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จึงมีโครงการพัฒนาบุคลากรโดยการให้ทุนทั้งบุคคลภายในและภายนอก ให้ได้รับการอบรม ฝึกฝนทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อกลับมาพัฒนาวิทยาลัยฯ ให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

 

ประการสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งของการพัฒนาสถาบันการศึกษา และบริบาลทางการแพทย์ก็คือ การสร้างเครือข่ายกับสถาบันการศึกษาและการแพทย์ ที่มีประสิทธิภาพทั้งในเรื่องการเรียนการสอน การวิจัย และการรักษาพยาบาล จึงทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ ทุ่มเทพระวรกาย และความมุ่งมั่นในการสร้างเครือข่ายกับสถาบันต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยต่อความยากลำบากแต่ประการใด